ได้โอกาสกลับบ้านนอกเมื่อวันที่ 1 – 3 ที่ผ่านมา ไปเยี่ยมลูกสาวตัวน้อยๆ ที่ได้ยินแต่เสียงร้องอ้อแอ้ๆ ทางโทรศัพท์ทุกวัน ถึงตอนนี้ ลูกสาวก็อายุได้เกือบๆ จะ 6 เดือนแล้ว ถึงตอนนี้น้องกานต์สามารถพลิกตัวคว่ำหน้าลงได้แล้ว ถึงจะทุลักทุเลไปหน่อย แถมยังจัดระเบียบแขนขายังไม่ดีนัก หลายๆ ครั้งที่พลิกตัว แขนจะไปติดที่ช่วงอก ทำให้พลิกตัวต่อไปไม่ได้ หากเป็นอย่างนี้ สักพักน้องกานต์ก็จะเริ่มร้องงอแง สงสัยพลิกตัวไม่ได้ดั่งใจ เลยหงุดหงิดตัวเองกระมัง
เท่าที่สังเกต ทุกครั้งที่น้องกานต์พยายามพลิกตัว จะพลิกไปทางด้านซ้ายซะส่วนใหญ่ เลยตั้งข้อสังเกตให้ทุกคนในบ้านฟัง ว่าน้องกานต์อาจจะถนัดซ้าย (เหมือนผม) อันนี้คุณตาไม่ค่อยชอบใจนัก (ถึงคุณตาก็ถนัดซ้ายก็เถอะ) บอกว่าถนัดซ้ายมันใช้ชีวิตลำบาก แต่ถ้าดูตามคู่มือที่โรงพยาบาลให้มา บอกว่า กว่าจะรู้ว่าเด็กถนัดซ้าย หรือขวา ก็โน่น 6-7 เดือน ก็รอดูกันต่อไป แต่ผมขอทายเลยว่า ถนัดซ้าย ฟันธง!!!
ญาติๆ ทางฝั่งผมทุกคนบอกว่า เหมือนผมมากกว่า อืม ผมก็ว่าเหมือนผมนะ หน้าแหลมๆ คางเหลี่ยมๆ หูเรียวๆ และที่สำคัญผิวน่าจะสีเดียวกับผม คือดำแดง ลูกสาวจ๋าพ่ออยากจะบอกว่า โตขึ้นลูกสาวจะมีผิวสีน้ำผึ้งนะจ๊ะ และพ่อก็หวังว่า อีก 20 ปีข้างหน้า ผิวสีน้ำผึ้งจะเป็นเทรนด์ที่นิยมกัน
3 วันผ่านไปไวปรี๊ด และแล้วก็ถึงเวลากลับมาทำงาน ก่อนออกบ้านมา คุณยายอุ้มลูกสาวมาร่ำลา ลูกสาวตัวน้อยยิ้มให้อย่างร่าเริง เลยจับมาหอมแก้มพร้อมกับบอกลูกสาวตัวน้อยว่า แล้วพ่อจะกลับมาอีกนะจ๊ะ โตไวๆ นะ
ณ เวลานี้ก็อยู่ห่างจากลูกสาวราวๆ 300 กิโลเมตร คิดถึงลูกสาวทุกวัน คงมีเพียงเสียงอ้อแอ้ผ่านทางโทรศัพท์มือถือ และรูปถ่าย ที่พอจะช่วยให้หายคิดถึงลงไปบ้าง
แล้วเจอกันอีกนะ กันติยาของพ่อ




